Dhamma Library

14 February 2009

แห่ พระบรมสารีริกธาตุ วัดสังฆทาน 2551

Filed under: DL1/Dhammma Links — dhammadana @ 3:05 PM
Tags:

สมถกรรมฐาน
แหล่งที่มา : หนังสือส่องทางสมถวิปัสสนา  หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

สมถะ สมถะเมื่อแยกออกไปแล้ว มี ๒ ประเภทคือ สมถะทำความสงบเฉยๆ ๑ สมถะที่ประกอบด้วยองค์ฌาน ๑
         สมถะทำความสงบเฉยๆ นั้น จะกำหนดพระกรรมฐานหรือไม่ก็ตาม แล้วทำจิตให้สงบอยู่เฉยๆ ไม่เข้าถึงองค์ฌาน อย่างนี้เรียกว่า ตัตรมัชฌัตตุเปกขา ย่อมมีแก่ชนทั่วไปในบางกรณี ไม่จำกัดมีได้เฉพาะผู้เจริญพระกรรมฐานเท่านั้น

         ส่วนสมถะที่ประกอบไปด้วยองค์ฌานนั้น มีได้แต่เฉพาะผู้เจริญพระกรรมฐานเท่านั้น เมื่อถึงซึ่งความสงบครบด้วยองค์ฌานแล้ว เรียกว่า ฌานุเปกขา ฌานุเปกขานี้ท่านจำแนกไว้เป็น ๒ ประเภท คือฌานุเปกขาที่ปรารภรูปเป็นอารมณ์ เอารูปเป็นนิมิต เรียกว่ารูปฌาน ๑ อรูปฌาน ปรารภนามนามเป็นอารมณ์ เอานามเป็นนิมิต ๑ แต่ละประเภทท่านจำแนกออกไว้เป็นประเภทละ ๔ รวมเรียกว่ารูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ จึงเป็นสมาบัติ ๘

         ฌานนี้มีลักษณะอาการให้เพ่งเฉพาะในอารมณ์เดียว จะเป็นรูปหรือนามก็ตาม เพื่อน้อมจิตให้สงบปราศจากกังวลแล้วเข้าถึงเอกัคคตารมณ์ มีความสุขเป็นที่นิยมแลปรารถนา เมื่อสมประสงค์แล้วก็ไม่ต้องใช้ปัญญาวิพากษ์วิจารณ์ในสังขารทั้งหลายมีกายเป็นต้น ดังแสดงมาแล้วนั้นก็ดี หรือจะพิจารณาใช้แต่พอเป็นวิถีทางเดินเข้าไปเท่านั้น เมื่อถึงองค์ฌานแล้วย่อมมีลักษณะแลรสชาติ สุข เอกัคคตา และเอกัคคตา อุเบกขา เสมอเหมือนกันหมด ฉะนั้น ฌานนี้จึงเป็นของฝึกหัดได้ง่าย จะในพุทธกาลหรือนอกพุทธกาลก็ตาม ผู้ฝึกหัดฌานนี้ย่อมมีอยู่เสมอ แต่ในพุทธศาสนา ผู้ฝึกหัดฌานได้ช่ำชองแล้ว มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครองฌานอยู่ เนื่องด้วยอุบายของพระสัพพัญญูพุทธเจ้าเป็นเครื่องส่องสว่างให้ จึงไม่หลงในฌานนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นฌานของท่านเลยเป็นวิหารธรรม เครื่องอยู่ของท่านผู้ขีณาสพ เรียกว่า โลกุตรฌาน ส่วนฌานที่ไม่มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครอง เรียกว่า โลกิยฌาน เสื่อมได้ และเป็นไปเพื่อก่อภพก่อชาติอีก ต่อไปนี้จะได้แสดงฌานเป็นลำดับไป

         รูปฌาน ๔ เมื่อผู้มาเพ่งพิจารณาพระกรรมฐานบทใดบทหนึ่งอยู่ มีกายคตาเป็นต้น จนปรากฏพระกรรมฐานนั้นชัดแจ่มแจ้งกว่าอนุมานทิฏฐิ ซึ่งได้กำหนดเพ่งมาแต่เบื้องต้นนั้น ด้วยอำนาจของจิตที่เปลี่ยนจากสภาพเดิม อันระคนด้วยอารมณ์หลายอย่าง และเป็นของหยาบด้วย แล้วเข้าถึงซึ่งความผ่องใสในภายในอยู่เฉพาะอารมณ์อันเดียว เรียกง่ายๆ ว่า ขันธ์ทั้งห้าเข้าไปรวมอยู่ภายในเป็นก้อนเดียวกัน ฉะนั้น ความชัดอันนั้นจึงเป็นของแจ้งชัดกว่าความแจ้งชัดที่เห็นด้วยขันธ์ ๕ ภายนอก พร้อมกันนั้น จิตจะมีอาการวูบวาบรวมลงไป คล้ายกับจะเผลอสติแล้วลืมตัว บางทีก็เผลอสติแล้วลืมตัวเอาจริงๆ แล้วเข้าไปนิ่งเฉยอยู่คนเดียว ถ้าหากผู้สติดีหมั่นเป็นบ่อยๆ จนชำนาญแล้ว ถึงจะมีลักษณะอาการอย่างนั้นก็ตามรู้ตามเห็นอยู่ทุกระยะ ลักษณะอย่างนี้เรียกว่า “จิตเข้าสู่ภวังค์” เป็นอย่างนั้นอยู่ขณะจิตหนึ่งเท่านั้น แล้วลักษณะอย่างนั้นหายไป ความรู้อยู่หรือจะส่งไปตามอาการต่างๆ ของอารมณ์ก็ตามเรื่อง บางทีจะแสดงภาพให้ปรากฏในที่นั้นด้วยอำนาจของสังขารขันธ์ภายใน ให้ปรากฏเห็นเป็นต่างๆ เช่น มันปรุงอยากจะให้กายนี้เป็นของเน่าเปื่อยปฏิกูล หรือสวยงามประการใดๆ ภาพก็จะปรากฏขึ้นมาในที่นั้นโดยไม่รู้ตัว ดังนี้เป็นต้น แล้วขันธ์ทั้งสี่มีเวทนาขันธ์เป็นอาทิก็เข้ารับทำหน้าที่ตามสมควรแก่ภาวะของตนๆ เรียกว่า ปฏิภาคนิมิต บางทีส่งจิตนั้นไปดูสิ่งต่างๆ ที่ตนต้องการแลปรารถนาอยากจะรู้ ก็ได้เห็นตามเป็นจริง บางทีสิ่งเหล่านั้นมาปรากฏขึ้นเฉยๆ ในที่นั้นเอง พร้อมทั้งอรรถแลบาลีก็มีได้ ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าใช้ขันธ์ภายในได้

         ยังอีก ขันธ์ภายในจะต้องหลอกลวงขันธ์ภายนอก เช่น บางคนซึ่งเป็นคนขี้ขลาดมาแล้วแต่ก่อน พอมาอบรมถึงจิตในขณะนี้เข้าแล้ว ภาพที่ตนเคยกลัวมาแล้วแต่ก่อนๆ นั้น ให้ปรากฏขึ้นในที่นั้นเอง สัญญาที่เคยจำไว้แต่ก่อนๆ ที่ว่าเป็นของน่ากลัวนั้นก็ยิ่งทำให้กลัวมากขึ้นจนขวัญหนีดีฝ่อ ด้วยสำคัญว่าเป็นของจริงจังอย่างนี้เรียกว่าสังขารภายในหลอกสังขารภายนอก เพราะธรรมเหล่านี้เป็นสังขตธรรม ด้วยอำนาจอุปาทานนั้นอาจทำผู้เห็นให้เสียสติไปได้ ผู้ฝึกหัดมาถึงขั้นนี้แล้วควรได้รับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ผู้ชำนาญ เมื่อผ่านพ้นในตอนนี้ไปได้แล้ว จะทำหลังมือให้เป็นฝ่ามือได้ดี เรื่องเหล่านี้ผู้เจริญพระกรรมฐานทั้งหลาย มีความมุ่งหมายเป็นส่วนมาก ผู้ที่ยังไม่เคยเป็น แต่เพียงได้ฟังเท่านั้น ตอนปลายนี้ชักให้กลัวเสียแล้วไม่กล้าจะทำต่อไปอีก ความจริงเรื่องเหล่านี้ผู้เจริญพระกรรมฐานทั้งหลาย เมื่อทำถูกทางเข้าแล้วย่อมได้ประสบทุกคนไป แลเป็นกำลังให้เกิดวิริยะได้อย่างดีอีกด้วย ภวังค์ชนิดนี้เป็นภวังค์ที่นำจิตให้ไปสู่ปฏิสนธิเป็นภพชาติ ไม่อาจสามารถจะพิจารณาวิปัสสนาชำระกิเลสละเอียดได้ ฉะนั้น ท่านจึงจัดเป็นอุปกิเลส

         ฌานทั้งหลาย มีปฐมฌานเป็นต้น ท่านแสดงองค์ประกอบไว้เป็นชั้นๆ ดังจะแสดงต่อไปนี้ แต่เมื่อจะย่นย่อใจความเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ แล้ว ฌานต้องมีภวังค์เป็นเครื่องหมาย ภวังค์นี้ท่านแสดงไว้มี ๓ คือ ภวังคบาต ๑ ภวังคจลนะ ๑ ภวังคุปัจเฉทะ ๑

         ภวังคบาต เมื่อจิตตกลงสู่ภวังค์นั้นมาอาการให้วูบวาบลง ดังแสดงมาแล้วในข้างต้น แต่ว่าเป็นขณะจิตนิดหน่อย บางทีแทบจะจำไม่ได้เลย ถ้าหากผู้เจริญบริกรรมพระกรรมฐานนั้นอยู่ ทำให้ลืมพระกรรมฐานที่เจริญอยู่นั้น แลอารมณ์อื่นๆ ก็ไม่ส่งไปตามณะจิตหนึ่ง แล้วก็เจริญบริกรรมพระกรรมฐานต่อไปอีกหรือส่งไปตามอารมณ์เดิม

         ภวังคจลนะ เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเมื่อถึงภวังค์แล้ว เที่ยวหรือซ่านอยู่ในอารมณ์ของภวังค์นั้น ไม่ส่งออกไปนอกจากอารมณ์ของภวังค์นั้น ปฏิภาคนิมิตและนิมิตต่างๆ ความรู้ความเห็นทั้งหลายมีแสงสว่างเป็นต้น เกิดในภวังค์นี้ชัดมาก จิตเที่ยวอยู่ในอารมณ์นี้

         ภวังคุปัจเฉทะ เมื่อจิตตกลงสู่ภวังค์แล้วขาดจากอารมณ์ภายนอกทั้งหมด แม้แต่อารมณ์ภายในของภวังค์ที่เป็นอยู่นั้น ถ้าเป็นทีแรกหรือยังไม่ชำนาญในภวังค์นั้นแล้วก็จะไม่รู้ตัวเลย เมื่อเป็นบ่อยหรือชำนาญในลักษณะของภวังค์นี้แล้วจะมีอาการให้มีสติรู้อยู่ แต่ขาดจากอารมณ์ใดๆ ทั้งหมด ภวังค์นี้จัดเป็นอัปปนาสมาธิได้ ฉะนั้นอัปปนานี้บางท่านเรียกว่าอัปปนาฌาน บางทีท่านเรียกว่า อัปปนาสมาธิ มีลักษณะผิดแปลกกันนิดหน่อยดังอธิบายมาแล้วนั้น เมื่อถอนออกจากอัปปนาสมาธิแล้ว มาอยู่ในอุปจารสมาธิ ไม่ได้เป็นภวังคจลนะ ในตอนนี้พิจารณาวิปัสสนาได้ ถ้าเป็นภวังคจลนะแล้วมีความรู้แลนิมิตเฉยๆ เรียกว่า อภิญญา ภวังค์ทั้งสามดังแสดงมานี้เป็นเครื่องหมายของฌาน

         ความแปลกต่างของฌาน ภวังค์ สมาธิ จะได้แสดงตอนอรูปฌานต่อไป
         รูปฌาน มี ๔ คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตฺถฌาน ๑

         ปฐมฌาน นั้นประกอบด้วยองค์ ๕ คือ มีวิตก ยกเอาพระกรรมฐานบทใดบทหนึ่งขึ้นมาเพ่งพิจารณาให้เป็นอารมณ์ ๑ วิจารเพ่งคือพิจารณาเฉพาะอยู่แต่พระกรรมฐานนั้นอย่างเดียว ๑ เห็นชัดในพระกรรมฐานนั้นแล้วเกิดปีติ ๑ ปีติเกิดแล้วมีความเบากายโล่งใจเป็นสุข ๑ แล้วจิตนั้นก็แน่วอยู่ในเอกัคคตา ๑ เรียกว่าปฐมฌานมีองค์ ๕

         ทุติยฌาน มีองค์ ๓ ด้วยอำนาจเอกัคคตา จิตนั้นยังไม่ถอนกิจ ซึ่งจะยกเอาพระกรรมฐานมาพิจารณาอีกย่อมไม่มี ฉะนั้นฌานชั้นนี้จึงคงยังปรากฏเหลืออยู่แต่ปีติ สุข เอกัคคตาเท่านั้น

         ตติยฌาน มีองค์ ๒ ด้วยอำนาจเอกัคคตา จิตติดอยู่ในอารมณ์ของตนมาก เพ่งเอาแต่ความสุขอย่างเดียว จึงยังคงเหลืออยู่เพียง ๒ คือ สุขกับเอกัคคตา

         จตุตฺถฌาน มีองค์ ๒ เหมือนกัน คือ เอกัคคตาที่เพ่งเอาแต่ความสุขนั้นเป็นของละเอียด จนสุขนั้นไม่ปรากฏ เพราะสุขนั้นยังเป็นของหยาบกว่าเอกัคคตา จึงวางสุขอันนั้นเสีย แล้วยังคงมีอยู่แต่เอกัคคตากับอุเบกขา

         ฌานทั้งสี่นี้ละนิวรณ์ ๕ (คือสงบไป) ได้แล้วตั้งแต่ปฐมฌาน ส่วนฌานนอกนั้นกิจซึ่งจะต้องละอีกย่อมไม่มี ด้วยอำนาจการเพ่งเอาแต่จิตอย่างเดียวเป็นอารมณ์หนึ่ง จึงละองค์ของปฐมฌานทั้งสี่นั้นเป็นลำดับไป แล้วยังเหลืออยู่แต่ตัวฌานตัวเดียว คือ เอกัคคตา ส่วนอุเบกขา เป็นผลของฌานที่ ๔ นั้นเอง แต่ปฐมฌานปรารภพระกรรมฐานภายนอกมาเป็นเหตุจำเป็น จึงต้องมีหน้าที่พิเศษมากกว่าฌานทั้ง ๓ เบื้องปลายนั้น ฌานทั้ง ๔ นี้ปรารภรูปเป็นเหตุ คือ ยกเอารูปพระกรรมฐานขึ้นมาเพ่งพิจารณา แล้วจิตจึงเข้าถึงซึ่งองค์ฌาน ฉะนั้นจึงเรียกว่า รูปฌาน
   
      อรูปฌาน ๔ อรูปฌานนี้ ในพระสูตรต่างๆ โดยส่วนมากท่านไม่ค่อยจะแสดงไว้ เช่น ในโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นต้น พระองค์ทรงแสดงแต่รูปฌาน ๔ เท่านั้น ถึงพระองค์ทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญกายคตากรรมฐานไว้ว่ามีอานิสงส์ ๑๐ ข้อ ๑๐ ความว่า ได้ฌานโดยไม่ลำบาก ดังนี้ แต่เมื่อกล่าวถึงวิหารธรรมของท่านผู้ที่เข้าสมาบัติแล้ว ท่านแสดงอรูปฌานไว้ด้วย สมาบัติ ๘ ฌานทั้ง ๘ นี้ บางทีท่านเรียกว่า วิโมกข์ ๘ บ้าง แต่ท่านแสดงลักษณะผิดแปลกออกไปจากฌาน ๘ นี้บ้างเล็กน้อย อรรถรสแลอารมณ์ของวิโมกข์ ๓ เบื้องต้น ก็อันเดียวกันกับรูปฌาน ๓ นั่นเอง เช่น วิโมกข์ข้อที่ ๑ ว่า ผู้มีรูปเป็นอารมณ์แล้วเห็นรูปทั้งหลายดังนี้เป็นต้น แต่รูปฌานแสดงแต่เพียง ๓ รูปฌานที่ ๔ เลยแสดงเป็นรูปวิโมกข์เสีย อรูปวิโมกข์ที่ ๔ เอาสัญญาเวทยิตนิโรธมาเข้าใส่ฌานทั้ง ๘ รวมทั้งสัญญาเวทยิตนิโรธเข้าด้วยเป็น ๙ ฌานทั้งหมดนี้เป็นโลกีย์โดยแท้ แต่เมื่อท่านผู้เข้าฌานเป็นอริยบุคคล ฌานนั้นก็เป็นโลกุตตระไปตาม เปรียบเหมือนกับฉลองพระบาทของพระราชา เมื่อคนสามัญรับมาใช้แล้วก็เรียกว่ารองเท้าธรรมดา ฉะนั้น ข้อนี้จะเห็นได้ชัดทีเดียวดังในเรื่องวิโมกข์ ๘ นี้ พระองค์ทรงแสดงแก่พระอานนท์ว่า อานนท์ ภิกษุจะฆ่าวิโมกข์ ๘ นี้ได้ด้วยอาวุธ ๕ ประการ คือ เข้าวิโมกข์ได้โดยอนุโลมบ้าง ทั้งอนุโลมแลปฏิโลมบ้าง เข้าออกได้ในที่ตนประสงค์ เข้าออกได้ซึ่งวิโมกข์ที่ตนประสงค์ เข้าออกได้นานตามที่ตนประสงค์ จึงจะสำเร็จ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ดังนี้

         ฉะนั้น ต่อไปนี้จะนำเอาอรูปฌาน ๔ มาแสดงไว้ในที่นี้ด้วย เพื่อผู้ที่สนใจจะได้นำไปวิจารณ์ในโอกาสอันสมควร ผู้ได้รูปฌานที่ ๔ แล้วจิตตกลงเข้าถึงอัปปนาเต็มที่แล้ว ฌานนี้ท่านแสดงว่าเป็นบาทของอภิญญา คือเมื่อต้องการอยากจะรู้จะเห็นอะไรต่ออะไร แล้วน้อมจิตนั้นไปเพื่อความรู้ในสิ่งนั้นๆ (คือถอนจิตออกมาจากอัปปนามาหยุดในอุปจาระ) แล้วสิ่งที่ตนต้องการรู้นั้นก็จะปรากฏชัดขึ้นมาในที่นั้นเอง เมื่อไม่ทำเช่นนั้น จะเดินอรูปฌานต่อ ก็มาเพ่งเอาองค์ของรูปฌานที่ ๔ คือเอกัคคตากับอุเบกขามาเป็นอารมณ์ จนจิตนั้นนิ่งแน่วแน่แล้วไม่มีอะไร ไม่ใส่ใจในเอกัคคตาแลอุเบกขาแล้ว คงยังเหลือแต่ความว่างโล่งเป็นอากาศอยู่เฉยๆ
        

          อรูปฌานที่ ๑ จึงได้ยัดเอามาเป็นอารมณ์ เรียกว่า อากาสานัญจายตนะ
        
         อรูปฌานที่ ๒ ด้วยอำนาจจิตเชื่อน้อมไปในฌานกล้าหาญ ย่อมเห็นอาการของผู้รู้ว่าจิตไปยึดอากาศ อากาศเป็นของภายนอก วิญญาณนี้เป็นผู้ไปยึดถือเอาอากาศมาเป็นอารมณ์ แล้วมาชมว่าเป็นตนเป็นตัว วิญญาณนี้เป็นที่รับเอาอารมณ์มาจากอายตนะภายนอก วิญญาณจึงได้กลับกลอกแลหลอกลวง เวลานี้วิญญาณล่วงพ้นเสียได้แล้วจากอายตนะทั้งหลาย วิญญาณไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมาย บริสุทธิ์เต็มที่ แล้วก็ยินดีในวิญญาณนั้น ถือเอาวิญญาณมาเป็นอารมณ์ข่มนิวรณธรรม อยู่ด้วยความบริสุทธิ์อันนั้น ดังนี้ เรียกว่าวิญญาณัญจายตนะ เป็นอรูปฌานที่ ๒

         อรูปฌานที่ ๓ วิญญาณเป็นอรูปจิต เมื่อติดอยู่กับวิญญาณแล้ว นิมิตอันเป็นของภายนอกซึ่งจะส่งเข้าไปทางอายตนะทั้ง ๕ มันก็ไม่รับ เพ่งเอาแต่ความละเอียดแลความบริสุทธ์อันเป็นธรรมารมณ์ภายในอย่างเดียว จิตเพ่งผู้รู้ดูผู้ละเอียดก็ยิ่งเห็นแต่ความละเอียด ด้วยความน้อมจิตเข้าไปหาความละเอียดจิตก็ยิ่งละเอียดเข้าไปทุกที เกือบจะไม่มีอะไรเลยก็ว่าได้ ในที่นั้นถือว่าน้อยนิดเดียวก็ไม่มี (คืออารมณ์หยาบไม่มี) เรียกว่า อากิญจัญญายตนะ เป็นอรูปฌานที่ ๓

         อรูปฌานที่ ๔ ด้วยอำนาจการเพ่งว่าน้อยหนึ่งในที่นี้ก็ไม่มีดังนี้อยู่ เมื่อจิตน้อมไปในความละเอียดอยู่อย่างนั้น ความสำคัญนั่นนี่อะไรต่ออะไรย่อมไม่มี แต่ว่าผู้ที่น้อมไปหาความละเอียดแลผู้รู้ว่าถึงความละเอียดนั้นยังมีอยู่ เป็นแต่ผู้รู้ไม่คำนึงถึง คำนึงเอาแต่ความละเอียดเป็นอารมณ์ ฉะนั้น ในที่นั้นจะเรียกว่าสัญญาความจำอารมณ์อันหยาบก็ไม่ใช่ เพราะไม่มีเสียแล้ว จะเรียกว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ แต่ความจำว่าเป็นของละเอียดยังมีปรากฏอยู่ ฌานชั้นนี้ท่านจึงเรียกว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นอรูปฌานที่ ๔

         เมื่อแสดงมาถึงอรูปฌานที่ ๔ นี้ ท่านผู้อ่านทั้งหลายสมควรจะได้อ่านฌานวิเศษ คือ สัญญาเวทยิตนิโรธต่อไปอีกด้วย เพราะเป็นฌานแถวเดียวกัน แลเป็นที่สุดของฌานทั้งหลายเหล่านี้ คือผู้เข้าอรูปฌานที่ ๔ ชำนาญแล้ว เมื่อท่านจะเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ก็มายึดเอาอรูปฌานที่ ๔ นี้เองมาเป็นอารมณ์ ด้วยการไม่ยึดเอาความหมายอะไรมาเป็นนิมิตอารมณ์เสียก่อนเมื่อจะเข้า ตามนัยของนางธัมมทินนาเถรี ตอบปัญหานางวิสาขอุบาสก ดังนี้ ไม่ได้คิดว่าเราจักเข้า หรือเข้าอยู่ หรือเข้าแล้ว เป็นแต่น้อมจิตไปเพื่อจะเข้า ก็ได้อบรมจิตไว้อย่างนั้นแล้วก่อนแต่จะเข้า เมื่อเข้านั้นวจีสังขารคือความวิตกดับไปก่อน แล้วกายสังขารคือลมหายใจ แลจิตสังขารคือเวทนา จึงดับต่อภายหลัง ส่วนการออกก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เป็นแต่ได้กำหนดจิตไว้แล้วก่อนแต่จะเข้าเท่านั้น ว่าเราจะเข้าเท่านั้นวันแล้วจะออก เมื่อออกนั้นจิตสังขารเกิดก่อน แล้วกายสังขาร-วจีสังขารจึงเกิดตามๆ กันมา เมื่อออกมาทีแรก ผัสสะ ๓ คือ สุญญตผัสสะ ๑ อนิมิตตผัสสะ ๑ อัปปณิหิตผัสสะ ๑ ถูกต้องแล้ว ต่อนั้นไปจิตนั้นก็น้อมไปในวิเวกดังนี้
เอเสว มคฺโค นตฺถญฺโญ ทสฺสนสฺส วิสุทฺธิยา
ทางอื่นนอกจากนี้แล้ว ที่จะเป็นไปเพื่อความเห็นอันบริสุทธิ์ ย่อมไม่มี   :::

 http://sanghathandhamma.com/index.php?option=com_content&task=view&id=31&Itemid=71

 

 

  โครงการแท็กซี่คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียงไทยร่มเย็น 


 

 

 

TAXI คุณธรรม จะมีข่าวการเข้าครอสสมาธิ ในเร็วๆนี้

 

ประวัติวัดสังฆทาน

ประมวลภาพวัดสังฆทาน จ.นนทบุรี  ประมวลภาพเพิ่มเติม
 
ฟังวิทยุsanghathandhamma.com   ขั้นตอนการบวชเนกขัมมะ
 
พระบรมสารีริกธาตุ    ภาำพ..๑  ภาพ…๒    ภาพ…๓   วีดีโอ…๔

 

http://sbbtv.com  *  http://buddhabhumi.com

.  
http://sanghathan.net    http://fm8925.net
.
 http://dhammawave.net   http://khunnadham.com
.
sanghathandhamma.com     http://vimokkha.com
.
sanghathannews.com
.
http://sites.google.com/site/sbbtvtv     http://sites.google.com/site/sanghathan
.
http://sites.google.com/site/fm8925mhz   http://sites.google.com/site/fm8925net
 

 

DL1 * Share Dhamma Links all over the World * SBBTVTV *

ติดต่อ

ผู้ศรัทธาร่วมงานบุญได้ที่

สำนักงานวัดสังฆทาน โทร.02-496-1240-42  แฟกซ์ 02-496-1243

ธ.กรุงศรีอยุธยา  สาขาตลิ่งชัน  ชื่อบัญชี วัดสังฆทาน

 

สถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM 89.25 MHz. คลื่นขาวของชาวพุทธ

โทร.02-443-0341-2

 

ขอเชิญสาธุชน ร่วมบริจาคเพื่อ

 ผ่อนชำระค่าซื้อที่ดินหน้าวัดสังฆทาน

และ ซื้อที่ดินวังน้ำเขียว ตรว.ละ 500 บาท เพื่อปลูกต้นไม้คืนให้กับธรรมชาติ

.

 บำรุงสถานี และ ค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายอาสาสมัคร ค่าอุปกรณ์

ใช้จ่ายประจำเดือน สถานีวิทยุ และ โทรทัศน์ ซึ่งยังขาดเงินอีกจำนวนมาก

 

 บูรณปฏิสังขรณ์ อุโบสถแกัว

 

ค่าพิมพ์หนังสือพิมพ์สังฆทานนิวส์ ซึ่งแจกให้สมาชิกเดือนละ 2 ฉบับ

 

Dhamma Links

9 February 2009 by dhammadana

I want to share these links with you:

Sanghathannews.com


 hpp://sites.google.com/site/khunnadham 

โทร.  วัดสังฆทาน  02 496 1240 – 42   แฟ็กซ์ : 02 496 1243

February 12, 2009 by  SBBTV

สมัคร บวชเนกขัมมะ ต่อ 103   มาบวชได้ทุกวัน   ครั้งแรกควรจะมาก่อน 16.00 น

เพื่อลงทะเบียน เริ่มทำพิธีบวช  17.00 น

มีรายละเอียดใน  sbbtvtv  FM8925.NET

ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 387-1-19383-9

oooooooooooooooooooooooo

บัญชี ธ.ไทยพาณิชย์   สาขารัตนาธิเบศร์   ชื่อบัญชี วัดสังฆทาน

ประเภทออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 348-202106-0

ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพุทธภูมิ SBBTV  ระบบ C – BAND

โทรทัศน์เพื่อสันติธรรม  แพร่ภาพตลอด 24 ช.ม.

โทร.02-496-1160-69

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO 

พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุพระพุทธสาวก * SBBTV *

DHAMMA  TV ONLINE  SBBTV999

TV ONLINE เว็บที่ 1

sbbtv999.com

.

buddhabhumi.com

 .

.
.
.
sanghathannews.com . sanghathan.com

…………………………………………………………..

SBBTV999

********************

********************

เนื้อหาภายใน
หน้าแรก
คำนำ
พระบรมสารีริกธาตุ

  ความหมาย
  ประเภท
  คุณลักษณะ
  ลักษณะต่างๆ
  พระธาตุลอยน้ำ
ตำนานการเกิด

  ตำนานการเกิด
  สถานที่ประดิษฐาน
พุทธเจดีย์

  พุทธเจดีย์
  บุคคลที่ควรสร้างสถูป
  เจดีย์ประจำนักษัตร
พระธาตุพุทธสาวก

  พระธาตุพุทธสาวก
  สาวกธาตุพุทธกาล
  สาวกธาตุปัจจุบัน
บูชาพระธาตุ

  บูชาพระธาตุ
  อัญเชิญพระธาตุ
  บทบูชาพระธาตุ
  สรงน้ำพระธาตุ
พระธาตุปาฏิหาริย์

  พระธาตุปาฏิหาริย์
  ลักษณะการเกิด
  ประสบการณ์พระธาตุ
ภาพถ่ายพระธาตุ

  พระบรมสารีริกธาตุ
  สาวกธาตุพุทธกาล
  สาวกธาตุปัจจุบัน
  วิธีถ่ายภาพพระธาตุ
บทความเกี่ยวกับพระธาตุ
พิพิธภัณฑ์พระธาตุ
กระดานข่าวสนทนา
บรรณานุกรม
บอกกล่าว

พิพิธภัณฑ์พระธาตุ – สถานที่ศึกษา http://www.relicsofbuddha.com/


พระอุโบสถทรงเจดีย์
วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี
วัดสังฆทาน
ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สถานที่ตั้ง : 100/1 บ.บางไผ่น้อย ม.3 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
ผู้ดูแลสถานที่ : หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

เบอร์โทรศัพท์ :
เวลาเปิดให้เข้าชม :

กิจกรรม

ผู้นำชม-เจ้าหน้าที่ สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
ทำบุญชำระหนี้สงฆ์ จัดฝึกอบรมภาวนากรรมฐาน
สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆในสถานที่ ให้ทาน-อาหารสัตว์
รายละเอียดสถานที่

วัดสังฆทานเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เดิมเป็นวัดร้างตั้งอยู่กลางสวนผลไม้ของชาวบ้าน พื้นที่ประมาณไร่เศษ มีเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ คือหลวงพ่อโต และศาลาไม้เก่าแก่ อย่างไรก็ดีจากการวิเคราะห์ชิ้นส่วนกระเบื้องเชิงชายหน้าอุดของหลังคาอุโบสถหลังเก่าที่ค้นพบ และพุทธลักษณะของหลวงพ่อโต สันนิษฐานอายุได้ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22

เมื่อหลวงพ่อสนอง กตปุญโญได้มาพบวัดสังฆทานครั้งแรก ในปี พ.ศ.2511 ท่านได้พิจารณาสถานที่ว่าเหมาะสมแก่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรม ท่านได้กลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2517 ในปีต่อมาจึงได้ร่วมกับพระเณรและชาวบ้าน ช่วยกันบูรณะองค์หลวงพ่อโต ในปี พ.ศ. 2536 หลวงพ่อสนองจึงดำริให้รื้อศาลาหลังเดิมที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตออกเพื่อสร้างพระอุโบสถขึ้นแทน และหลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก ได้วางศิลาฤกษ์สร้างพระอุโบสถในวันมาฆบูชา ปี พ.ศ. 2537

สิ่งที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจในสถานที่แห่งนี้คือ ภายในพระอุโบสถทรงเจดีย์ สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 2 พระองค์ ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา พระบรมสารีริกธาตุองค์หนึ่งมีลักษณะพิเศษ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่ค่อยได้พบเห็นง่ายนัก คือองค์พระบรมธาตุเป็นรูพรุนขนาดเล็กทั่วทั้งองค์คล้ายฟองกระดูก ซึ่งทางวัดได้ถ่ายรูปและพิมพ์เป็นภาพขนาดใหญ่แสดงไว้บริเวณสถานที่ประดิษฐาน ทั้ง 2 พระองค์ และในบริเวณเดียวกันมีการจัดสถานที่ประดิษฐานพระอรหันตสาวกธาตุสมัยพุทธกาล และพระธาตุ-อัฐิ ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นไว้อีกหลายองค์

นอกจากนี้ทางวัดยังมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มอบให้แก่ประชาชนผู้ศรัทธาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงเตรียมบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ และขึ้นไปรับพระบรมสารีริกธาตุบนศาลาทรงไทยริมน้ำ ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทำให้ทราบว่า พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาแจกจ่ายนี้ เป็นส่วนที่เสด็จเพิ่มขึ้นเอง หลวงพ่อสนองจึงอนุญาตให้นำมาแจกจ่ายแก่พุทธศาสนิกชน จำนวนทั้งสิ้น 84,000 องค์

เวลาที่เปิดรับ : วันธรรมดา (วันจันทร์ – วันศุกร์) เวลา 12.00 น.- 18.00 น.
วันพระ, (วันเสาร์ – วันอาทิตย์) เวลา 10.00 น. – 18.00 น.
ลงทะเบียน : รับบัตรได้ที่บริเวณ อุโบสถแก้ว วัดสังฆทาน
หลักฐาน : การรับพระบรมสารีริกธาตุ โปรดนำบัตรประชาชนเพื่อนำมาลงทะเบียน

 

ภาพสถานที่

 



 

วิธีการเดินทาง โทร. 02 496 1240 – 2    FAX  02 496 1243


* รายละเอียดและภาพประกอบจาก www.sanghathandhamma.com *

หมวดพจนานุกรม [1] [2] [3] Wikipedia

http://www.relicsofbuddha.com/

 

TV ON LINE  SBBTV

12 February 2009

DHAMMADANA / 2 ผ้าป่า ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552

 

..
 

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO

เชิญข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมฟังธรรม

และทอดผ้าป่าสร้างสถานีวิทยุพระศาสนาแห่งชาติ    

และขยาย เครือข่ายสถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM 105.25 MHz.  

  
ณ บ้านดงติ้ว ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม
  

บริจาคได้ที่ สำนักงานวัดสังฆทาน

โทร.02-496-1240-42 แฟกซ์ 02-496-1243

 

หรือ ชื่อบัญชี วัดสังฆทาน(สถานีวิทยุสังฆทานธรรม)        

ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาตลิ่งชัน    บัญชีออมทรัพย์เลขที่387-1-19383-9

                            
ชื่อบัญชี วัดสังฆทาน   ประเภทออมทรัพย์

บัญชี ธ.ไทยพาณิชย์   สาขารัตนาธิเบศร์                                                            
 

บัญชีเลขที่ 348-2-02106-0

สถานีวิทยุสังฆทานธรรม  FM 89.25 MHz.  โทร.02-443-0341-2

ติดต่อ : 081-699-4312   085-502-7292   081-829-7243

 

SBBTV

สำนักงานวัดสังฆทาน      โทร. 0-2496-1240 – 2 ุ แฟกซ์ : 02 496 1243

รับสมัครบวชเนกขัมมะ โทร. 02 496 1240 – 2  ต่อ 103

สังฆทานนิวส์  โทร. 0-2447-1766      แฟกซ์ : 0-2447-1766

กลุ่มแท็กฃี่คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียงไทยร่มเย็น

โปรดติดตามข่าวสาร  ทางสถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM89.25 MHz

โทร. 02 443 0341 – 2    แฟกซ์ : 02 443 0338

ขอเชิญ กลุ่มแท็กฃี่คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียงไทยร่มเย็น

ผู้ที่จะเข้าร่วม โครงการอบรมสติปัฏฐาน 4

ที่ บ้านสว่างใจ เขาใหญ่ วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

รุ่นที่ 6 ระหว่างวันที่  x -xx  ..[กำลังรอฟังข่าว หลังจาก วันที่ ………]

http://sites.google.com/site/sbbtvtv

http://sites.google.com/site/sbbtv999/

http://sites.google.com/site/fm8925mhz

http://sites.google.com/site/dhammalibrarysite

http://sites.google.com/site/buddhabhumitv

http://sites.google.com/site/khunnadham

http://sites.google.com/site/dhammawavenet

http://sites.google.com/site/sanghathan

http://sanghathan.wordpress.com

http://sbbtv.wordpress.com

https://dhammadana.wordpress.com

http://dhammadana.igetweb.com

http://sbbtv.igetweb.com

http://sanghathan.igetweb.com

……………………………………………………….

http://fm8925.net

http://sanghathan.net

http://dhammawave.net

http://sbbtv.com

http://buddhabhumi.com

 

งานบุญ

back to SBBTV999

 
 
สิ่งที่แนบมา: สิ่งที่แนบมา 1 รายการ การสแกนเพื่อป้องกันไวรัสโดย Windows Live OneCare
  Canadas B…pps (2.4 เมกะไบต์)

 

11 February 2009

ติดต่อ

สำนักงาน วัดสังฆทาน โทร. 02-496-1240 -42

Fax  02-496-1243

บัญชี ธ.ไทยพาณิชย์   สาขารัตนาธิเบศร์

ชื่อบัญชี วัดสังฆทาน   ประเภทออมทรัพย์

บัญชีเลขที่ 348-202106-0

* รับสมัครบวชเนกขัมมะฯ ต่อ 130   มีคนมาบวชทุกวัน

วันเสาร์  และ วันพระ จะมีคนมาบวชกันมากกว่า วันธรรมดา

เพราะ หลังจากสวดมนต์เสร็จแล้ว จะมีพระเทศน์ตลอดรุ่ง

* ชุดขาว มีขายที่สหกรณ์ของวัด  หรือ จะเช่าก็ได้ ตอนคืนไม่ต้องซัก

1ชุดมี 6 ชิ้น ค่าเช่า 60 บาท  *  ส่วนของผู้ชาย ค่าเช่า 30 บาท

* เพื่อความสะดวก มาบวชครั้งแรก ควรจะมาก่อน 4 โมงเย็น

เพราะจะต้อง กรอกข้อความลงทะเบียน  ต้องเตรียมบัตรประชาชนมาด้วย

พร้อมรูปถ่าย ขนาดประมาณ 2 นิ้ว 1รูป  หรือ มาถ่ายที่วัดก็ได้

แผนที่เข้าวัดสังฆทาน << คลิคที่นี่

 

9 February 2009

Dhamma Links

Filed under: Uncategorized — dhammadana @ 6:54 AM

I want to share these links with you:

 http://sites.google.com/site/dhammainc      http://sites.google.com/site/gunnadham

http://sites.google.com/site/dhammainc    http://sites.google.com/site/suangarm

http://sanghathananimation.multiply.com    http://sites.google.com/site/khunnadham

Blog at WordPress.com.